หน้าแรก/บทความ/Food Cost

Food Cost คืออะไร? วิธีคำนวณต้นทุนอาหารให้ร้านมีกำไร

Food Cost เป็นตัวเลขที่เจ้าของร้านอาหารทุกคนต้องรู้และติดตามอย่างสม่ำเสมอ เพราะมันบอกได้ว่าร้านของคุณกำลังทำกำไรหรือขาดทุนอยู่

Food Cost คืออะไร?

Food Cost หรือ "ต้นทุนอาหาร" คือสัดส่วนของต้นทุนวัตถุดิบเมื่อเทียบกับราคาขาย โดยคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ พูดง่ายๆ คือ ถ้าขายอาหารจานละ 100 บาท แล้ววัตถุดิบที่ใช้มีต้นทุน 30 บาท แปลว่า Food Cost = 30%

ตัวเลขนี้สำคัญเพราะบอกให้รู้ว่า ในทุกๆ 100 บาทที่ลูกค้าจ่าย คุณต้องจ่ายค่าวัตถุดิบไปเท่าไหร่ ส่วนที่เหลือจึงจะนำไปจ่ายค่าเช่า เงินเดือนพนักงาน ค่าน้ำค่าไฟ และเหลือเป็นกำไร

สูตรคำนวณ Food Cost

Food Cost (%) = (ต้นทุนวัตถุดิบ ÷ ราคาขาย) × 100
ตัวอย่าง: ต้นทุน 35 บาท ÷ ราคาขาย 100 บาท × 100 = Food Cost 35%

ตัวอย่างการคำนวณจริง

สมมติคุณมีเมนู "ข้าวผัดกุ้ง" ราคาขาย 120 บาท:

📝 ต้นทุนวัตถุดิบ: ข้าวผัดกุ้ง

ข้าวสวย 1 จาน8 บาท
กุ้ง 5 ตัว25 บาท
ไข่ 1 ฟอง4 บาท
ผัก (ต้นหอม, หอมใหญ่, มะเขือเทศ)5 บาท
เครื่องปรุง3 บาท
รวมต้นทุน45 บาท

คำนวณ Food Cost: 45 ÷ 120 × 100 = 37.5%

สังเกต: Food Cost 37.5% ถือว่าค่อนข้างสูง หากต้องการให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน 30-35% อาจต้องปรับสูตรหรือปรับราคาขายเพิ่มขึ้น

Food Cost ควรอยู่ที่เท่าไหร่?

ประเภทร้านFood Cost ที่เหมาะสมหมายเหตุ
ร้านอาหารทั่วไป30-35%มาตรฐานทั่วไป
ร้านอาหารญี่ปุ่น / ซูชิ35-40%วัตถุดิบราคาสูง
ร้านสเต็ก / อาหารตะวันตก35-40%เนื้อสัตว์ราคาสูง
ร้านกาแฟ / เครื่องดื่ม20-25%วัตถุดิบต้นทุนต่ำ
ร้านเบเกอรี่25-30%มูลค่าเพิ่มจากฝีมือ
ร้านอาหารตามสั่ง30-35%แข่งขันด้านราคา

เคล็ดลับ: ร้านอาหารที่มีบริการและบรรยากาศดีสามารถตั้งราคาสูงขึ้นได้ ทำให้ Food Cost ต่ำลง

การคำนวณ Food Cost รายเดือน

Food Cost รายเดือน (%) = (วัตถุดิบที่ใช้ ÷ ยอดขายอาหาร) × 100
วัตถุดิบที่ใช้ = สต็อกต้นเดือน + ซื้อเข้า - สต็อกปลายเดือน

📊 ตัวอย่าง: คำนวณ Food Cost เดือนมกราคม

สต็อกวัตถุดิบต้นเดือน50,000 บาท
ซื้อวัตถุดิบเพิ่มระหว่างเดือน180,000 บาท
สต็อกวัตถุดิบปลายเดือน45,000 บาท
วัตถุดิบที่ใช้จริง185,000 บาท
ยอดขายอาหารเดือนนี้580,000 บาท
Food Cost31.9%

วิธีลด Food Cost โดยไม่กระทบคุณภาพ

1. ทำ Standard Recipe

กำหนดสูตรและปริมาณวัตถุดิบที่ใช้ในแต่ละจานให้ชัดเจน พนักงานครัวทุกคนต้องทำตามสูตรเดียวกัน

2. ควบคุมของเสีย (Waste Control)

ติดตามและบันทึกของเสียทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบที่หมดอายุ อาหารที่ถูกส่งคืน หรือวัตถุดิบที่ใช้ผิดพลาด

3. เจรจาต่อรองกับ Supplier

เมื่อร้านมียอดสั่งซื้อมากขึ้น ลองเจรจาขอส่วนลดหรือเงื่อนไขที่ดีกว่าจาก Supplier

4. ทำ Menu Engineering

วิเคราะห์ว่าเมนูไหนขายดีและมีกำไรสูง แล้วปรับ Menu Mix ให้เมนูกำไรสูงขายได้มากขึ้น

5. บริหารสต็อกให้ดี

สั่งของในปริมาณที่เหมาะสม ใช้หลัก FIFO (First In, First Out) ของที่มาก่อนต้องใช้ก่อน

สรุป

Food Cost เป็นตัวเลขสำคัญที่บอกสุขภาพทางการเงินของร้านอาหาร การติดตาม Food Cost อย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้คุณรู้ทันปัญหาก่อนที่มันจะลุกลาม

สิ่งสำคัญที่ต้องจำ: Food Cost ที่ดีคือ 30-35% สำหรับร้านอาหารทั่วไป หากสูงกว่านี้ต้องหาทางปรับปรุง

หากต้องการความช่วยเหลือในการวิเคราะห์ต้นทุนและปรับปรุง Food Cost ของร้าน ทีมที่ปรึกษาของเราพร้อมช่วยวางระบบและติดตามผลให้

ต้องการวางระบบ Food Cost?

ให้เราช่วยวิเคราะห์ต้นทุนและวางระบบควบคุมให้ร้านของคุณมีกำไรอย่างยั่งยืน

📅 นัดคุยฟรี 30 นาที